เซ็นทรัล.. “ขาใหญ่”ขยับ

ความเคลื่อนไหวอย่างมียุทธศาสตร์ มีแผนการ ในหลายกรณี มักมีขึ้นท่ามกลางวิกฤติ

ในวิกฤติการณ์COVID-19 ดูจะยาวนานพอสมควร ในฐานะผู้นำ ผู้บริหาร หรือแม้กระทั่งปัจเจก  คงต้องทำงานหนักกว่าช่วงใด ๆ ไม่เพียงเผชิญปัญหาเฉพาะหน้า หากควรมองไปในอนาคตข้างหน้าด้วย

อย่างกว้างๆมี 3 ทาง อาจจะทำไปพร้อม ๆกัน  หนึ่ง-ปรับตัว ปรับแผน แก้ปัญหาเฉพาะหน้า สอง ในวิกฤติ ย่อมมีโอกาสใหม่ๆ และสาม– ปรับแผน เตรียมรับ กับช่วงเวลาเผ่านพ้นวิกฤติ

อันที่จริงเรื่องราว กรณีมีสีสัน และตื่นเต้น หลายๆเรื่อง  มีนัยยะ “ลักษณะร่วม”เป็นการทั่วไป และอาจสะท้อนปรากฏการณ์ใหม่ๆด้วย

กรณีกลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำเครือข่ายธุรกิจใหญ่ไทยรายหนึ่ง  ก็อาจเป็นเช่นนั้น

มีกิจการหนึ่งที่เรียกว่า “โรงแรม และร้านอาหาร” กลุ่มเซ็นทรัล ดูจะเผชิญหน้าด้วยความหนักหนาที่สุด เมื่อมองผ่าน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)  หรือ  CENTEL  (ดู “ข้อมูลจำเพาะ”) กิจการแรกที่เข้าตลาดหุ้นเมื่อ3ทศวรรษที่แล้ว(ปี2533)ในช่วงต้นๆภาวะ “ขาขั้น”ตลาดหุ้นครั้งประวัติศาสตร์

ในฐานะกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มเซ็นทรัล“..เป็นเจ้าของ และบริหารงานโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ในเมืองสำคัญต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ Centara Grand, Centara, Centra และ Cosi ตลอดจนแบรนด์โรงแรมต่างชาติ อย่าง Park Hyatt Bangkok และ Hilton Pattaya….ยังได้ร่วมลงทุน Felice Hotel Group เป็นเจ้าของโรงแรมหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Hotel Felice, Hotel Relief, Hotel ICI, และ Hotel Stork …” รวมทั้ง “..เป็นผู้นำด้านเชนร้านอาหารในประเทศไทย…. อาทิ Mister Donut, KFC, Auntie Anne’s, Pepper Lunch, Chabuton, The Terrace, Yoshinoya, Ootoya, Tenya, Katsuya และ Fezt”

อย่างไรก็ตาม  ยามนี้ยังไม่ลดละที่จะเพิ่มเครือข่ายธุรกิจ โดยมุ่งไปยังเครือข่ายคาเฟ่ และร้านอาหาร  เปิดฉากมาก่อนหน้าวิกฤติการณ์COVID-19 เล็กน้อย เข้าซื้อเครือข่ายคาเฟ่ -Brown Café  มี11สาขา โดยเปิดสาขาแรกที่เชียงใหม่ ด้วยเงินลงทุน620ล้านบาท และเมื่อผ่านเข้าช่วงวิกฤติการณที่ว่ามาพักใหญ่ ได้เข้าซื้อร้านอาหาคารไทย-“ส้มตำนัว” มี6 แห่ง วงเงิน200ล้านบาท

ข้ามมาดูกลุ่มธุรกิจล่าสุด เพิ่งเข้าตลาดหุ้นในช่วงเวลาอาจหาญ ตามขบวนการ “ยักษ์ใหญ่” เมื่อต้นปี2563 บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือCRC  กิจการหลักสำคัญที่สุดของเซ็นทรัล  กิจการในดำนานธุรกิจครอบครัว ตระกูลจิราธิวัฒน์   “ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าหลากหลายประเภทผ่านรูปแบบ และช่องทางที่หลากหลาย ในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป”

แต่แล้วต้องมาเผชิญความเป็นไปอาจไม่ได้คาดไว้ ทั้งราคาหุ้นตกต่ำว่าราคาจอง ทั้งเผชิญวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่ จนกิจการประสบการขาดทุน ถึงแม้ไม่มาก

ความพยายามท่ามกลางวิกฤติการณ์ในฐานะรายใหญ่ ที่ว่ามี “สายป่านยาว”  มีแผนปรับขบวนอย่างน่าสนใจ โดยเน้นไปที่การปรับโครงสร้างธุรกิจเกี่ยวข้องให้เข้าแบบแผนอย่างที่ควร นั่นถือ เพิ่มเงินลงทุนเข้าไปในกิจการร่วมทุน ปรับเปลี่ยนให้เป็นกิจการของตนเอง ในกำมือบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ 

เริ่มจากกรณี Family Mart (พฤษภาคม 2563) ถึงCOL(กุมภาพันธ์ 2564)

กรณีแรก “..CRC ได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท Japan FamilyMart Co., Ltd. (JFM) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 โดยถือหุ้นในนามบริษัท เอสเอฟเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (SFMH) ในสัดส่วน 50.65% และบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) (RBS) ในสัดส่วน 0.35% และในวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 CRC ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มในนามของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (CFR) ในสัดส่วน 49% จำนวน 5,757,500 หุ้น ทำให้ CRC กลายเป็นผู้ถือหุ้นเต็ม 100% ในบริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด (CFM)”สาระสำคัญของถ้อยแถลง ในแผนการจริงจังมากขึ้น ในธุรกิจค้าปลีกโมเดลร้านสะดวกซื้อ( Convenience store) ซึ่งเครือข่ายสาขาราว1000แห่ง

อีกกรณี  CRC ปิดดีลในการซื้อกิจการกับ บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) (COL) เสร็จสิ้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ด้วยมูลค่ารวม 12,160 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจกลุ่มฮาร์ดไลน์ของ เซ็นทรัล รีเทล” เป็นเรื่องใหญ่ขึ้น ในฐานะCOL ..ผู้นำธุรกิจอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ สื่อบันเทิง สินค้าไลฟ์สไตล์ และ e-book ภายใต้แบรนด์ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, และ เมพ (meb e-book) ที่มีช่องทางขายต่าง ๆ ทั้งหน้าร้าน, เว็บไซต์, Line Store, Drive Thru, Call Center, แอปพลิเคชันบนมือถือ และบริการ e-ordering…”

ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้น สะท้อนแนวทางที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นมากขึ้นของกลุ่มเซ็นทรัล  จะอยู่ที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  หรือ CPN  กิจการซึ่งเข้าตลาดหุ้นในช่วงขาขึ้นครั้งสำคัญ(ปี2538)  แสดงบทบาทเป็น “หัวหอก”ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้าง “พื้นที่”รองรับธุรกิจหลักของกลุ่มเซ็นทรัล

ว่าไปแล้ว  CPN แสดงบทบาทอันโดดเด่น อย่างน่าสังเกต มาสัก2-3ปีแล้ว  

ปี 2558 บรรลุข้อตกลงร่วมมือกับ IKEA เครือข่ายร้านเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังระดับโลก เปิดสาขาที่ 2 ในเมืองไทย  ณ  Central Plaza Westgate แทนที่แผนการเดิมจะเป็น Mega Bangyai ในที่ ๆใกล้เคียงกัน  เป็นยุทธศาสตร์เปลี่ยนคู่แข่งให้เป็นพันธมิตร

ตามมาด้วยปี 2560  CPN ตกลงร่วมมือกับกลุ่มดุสิตธานี ร่วมลงทุนโครงการmix-used มูลค่ากว่า สามหมื่นล้านบาท เพื่อปรับโฉมโรงแรมดุสิตธานีเดิม โดยมีห้างสรรพสินค้ากลุ่มเซ็นทรัลเข้ามาเปิดพื้นที่ด้วย  เป็นที่รู้กันว่าดุสิตธานีดำเนินธุรกิจโรงแรมในฐานะคู่แข่งกับเครือโรงแรมเซ็นทาราด้วย ยิ่งไปว่านั้นปี2561 CPN ลงทุนกว่า2พันล้านบาท เข้าถือหุ้นบริษัทดุสิตธานี จำกัด(มหาชน) หรือDUSIT ในจำนวนมีนัยยะพอสมควร(ราว ๆ23%)โดยแสดงความประสงค์ไม่เข้ามีบทบาทในการบริหาร

ดีลฮือฮาเกิดขึ้นในปีต่อมา (2561) CPN ผ่านบริษัทย่อย เข้าครอบงำกิกจการบริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จํากัด (มหาชน) หรือGLAND เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์หลากหลาย ย่านถนนพระราม9 ด้วยเงินลงทุนราว13,000ล้านบาท  ว่ากันว่าเป็นแผน ยึดทำเล ย่าน “ใจกลางกรุง” แห่งใหม่

เงียบไปพักใหญ่ ล่าสุดเดินหน้าอีกครั้ง(15 สิงหาคม 2564) CPN เริ่มกระบวนการจริงจังเข้าซื้อกิจการบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือSF   คาดว่าจะใช้เงินทั้งสิ้นไปน้อยกว่ากรณีGLAND

.SF ดำเนินธุรกิจค้าปลีกในโมเดลที่แตกต่าง มีถึง18แห่ง อย่างที่เรียกว่า ศูนย์การค้าชุมชน (Neighborhood Center) เช่น Marketplace นางลิ้นจี่, Marketplace นวมินทร์ และ Market Place ดุสิต   และศูนย์ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Center) เช่น J Avenue Thonglor, La Villa Phonyothin, ที่สำคัญ มีการร่วมทุนในศูนย์การค้าขนาดใหญ่(Super Regional Mail)  ได้แก่  Mega bangna

อันที่จริงมีอีกดีล เป็นไปได้อย่างเงียบๆเมื่อ2  เดือนก่อน แต่ข่าวเพิ่งปะทุไม่กี่วันมานี้  CPN ชนะประมูลในการพัฒนาที่ดินบริเวณ Block A เขตพาณิชย์สยามสแควร์ ให้เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โดยประกาศ ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2564

พื้นที่ Block A เขตพาณิชย์สยามสแควร์ มีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ อยู่ตรงข้าม สยามเซ็นเตอร์ -ดิสคัฟเวอรี และพารากอน- Shopping paradise  ใจกลางกรุงเทพ

ที่ว่ามา  ไม่ใช่เรื่อง “ขาใหญ่” ขยับ เขมือบ รายเล็กกว่าเท่านั้น

ข้อมูลจำเพาะ(ล้านบาท)

CENTEL: บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)

                   2560                  2561               2562                  2563                  2/2564

รายได้     20,345.34      21,768.15         21,291.05         13,249.45         5,463.10 

กำไร         1,991.39         2,177.61            1,744.24          -2,775.11       -1,082.22

CPN: บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) 

รายได้       34,617.28       36,457.59         38,402.81       33,161.11        16,584.16 

กำไรส       13,567.64         11,215.65          11,738.40         9,557.10        5,103.22

CRC: บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

รายได้                   –         203,424.58       222,486.15  194,311.43     95,406.94 

กำไรสุทธิ                     –      10,931.18          10,633.26             46.27               -70.08 

ที่มา ข้อสนเทศตลาดหลักทรัพย์ฯ

ผู้เขียน: viratts

writer and farmer

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: